เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง อดีตนักเตะฝีมือดี

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือ โก้ เป็นอดีตนักเตะทีมชาติไทย ตำแหน่งกองหน้า ที่มีฝีมือการเล่นที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำของแฟนๆฟุตบอลอย่างมาก ปัจจุบันเขาทำหน้าที่เป็นโค้ชผู้ฝึกสอนฟุตบอลให้กับทีมชาติไทยและตำแหน่งผู้จัดการทีม  เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เป็นที่รู้จักในฉายา ชิโก้ เป็นชื่อตามนักเตะชาวบราซิลที่มีชื่อเสียง ชิโก้ลงแข่งขันฟุตบอลในระดับประเทศครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2533 ซึ่งเป็นการลงเล่นในชุดเยาวชน และในปี พ.ศ. 2536 เขาสามารถติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ครั้งแรกและลงแข่งในการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 24 ซึ่งเขายิงประตูแรกของเกมได้ใน การแข่งขันฟุตบอลเมอร์ไลออนคัพ ที่ประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเอาชนะทีมชาติโปแลนด์ 1-0 และในปี พ.ศ. 2549 แข่งขันคิงส์คัพครั้งที่ 37 ซึ่งชนะสิงคโปร์ 2 ประตูต่อ 0 โดยเป็นประตูที่ 100 ของเขานับตั้งแต่อยู่ในวงการฟุตบอล

ชิโก้ มีชื่อเสียงอย่างมากตลอดการลงแข่งของเขาในระหว่างปี 2535 – 2550 เขาลงเล่นในทีมชาติไป 131 นัด ด้วยการลงเล่นและความว่องไวการมีไหวพริบของเขา ซึ่งในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2002 รอบคัดเลือกโซนเอเชีย ซึ่งเขาลงเล่นร่วมกับทีมชาติไทยและสามารถเอาชนะปากีสถาน 6-0 และการแข่งขันไทเกอร์คัพ 2002 โดยเอาชนะทีมชาติสปป. ลาว 5 – 0 ความสามารถและการทำประตูที่ยอดเยี่ยมของเขาทำให้ทาง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) บันทึกว่าซิโก้เป็นผู้ทำประตูสูงสุด ให้แก่ทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่ 71 ประตู นอกจากนี้จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของเขาคือ การตีลังกา ในการทำประตูได้ ซึ่งสื่อมวลชนให้ฉายาว่า จอมตีลังกา

เรียบเรียงข้อมูลโดย 24sboonline.com

คล็อปยื่นขอ 2 แข้งเสริมเขี้ยว ลิเวอร์พูล

ลิเวอร์พูล ภายใต้การคุมทีมของนายใหญ่ เจอร์เกน คล็อปป์ กำลังวางแผนเสริมทัพเพื่อลุยศึกหนักในซีซั่นใหม่ด้วยการเตรียมเปิดโต๊ะเจรจากับ เลเวอร์คูเซ่น ในการสอบถามความเป็นไปได้สำหรับโอกาสในการคว้าตัว 2 วันเดอร์คิด อนาคตไกลอย่าง เบนจามิน เฮนริคส์ และ ไค ฮาเวิร์ตซ์ เข้ามาเติมความลงตัวให้กับขุมกำลัง หงส์แดง ในช่วงซัมเมอร์นี้ ตามรายงานจาก Football Whispers

จากการที่ คล็อปป์ คว้าตัว 2 แข้งหนุ่มเสริมทีมแกร่งเพื่อปูฐานฝึกนักเตะหน้าใหม่ที่ทำผลงานดีเอาไว้ใช้งานซึ่ง2แข้งนี้กำลังเป็นที่จับตามองของสโมสรชื่อดังเป็นอย่างมากอย่าง บาเยิรืน มิวนิค ซึ่ง หงส์แดง ก็พร้อมลงสนามการแข่งขันแย้งตัวนักเตะหนุ่มด้วยเช่นกัน  ส่วนอีกแข่งเป็นนักเตะแข้งอ่อนกว่า ไค ฮาเวิร์ตซ์ กองกลางวัย18 ปี ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาทำผลงานได้เป้นอย่างดี

โดยรายงานเปิดเผยว่า เบนจามิน เฮนริคส์ ฟูลแบ็ค วัย 20 ปี ดีกรีทีมชาติ เยอรมัน ชุดลุยศึก ฟีฟ่า คอนเฟเดอเรชันส์คัพ 2017 กำลังได้รับความสนใจจากยักษ์ใหญ่ของเมืองเบียร์อย่าง บาเยิร์น มิวนิค ขณะเดียวกัน หงส์แดง ก็พร้อมยื่นข้อเสนอปาดหน้า เสือใต้ ในการคว้าตัวแข้งอนาคตไกลให้เดินทางมาค้าแข้งบนเกาะ อังกฤษ ในซีซั่นหน้า

ส่วนในรายของ ไค ฮาเวิร์ตซ์ กองกลางวัย 18 ปี ที่ฤดูกาลก่อน(2016/17) โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่นกับ ห้างขายยา จนกระทั่งผลงานไปเตะตา เรอัล มาดริด ก็ตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายของ เจอร์เกน คล็อปป์ ในการคว้าตัวมาเพิ่มทางเลือกในแผง มิดฟิลด์ ช่วงซัมเมอร์นี้ด้วยเช่นเดียวกัน

อัพเดทข่าวโดยทีมงาน sbothai8.com

3ทีมยักษ์ ล่า สเคอร์เทล เสริมแนวรับ

talkSPORT ซึ่งเป็นสื่อกีฬาชื่อดัง ประโคมข่าว 3 สโมสรในศึก พรีเมียร์ลีก เกาะอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น นิวคาสเซิล, สโต๊ค ซิตี้ รวมไปถึง สวอนซี กำลังพร้อมใจร่วมวงล่าลายเซ็น มาร์ติน สเคอร์เทล อดีตกองหลัง หงส์แดง ลิเวอร์พูล ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับ เฟเนร์บาห์เช่ เข้ามาร่วมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้

มาร์ติน สเคอร์เทล แข้งวัย 32 ปี ถือว่ามีประสบการณ์บนเวทีพรีเมียร์ลีกกับยอดทีมอย่างลิเวอร์พูลเป็นเวลายาวนานและไม่เคยทำผลงานตกจนเป็นที่จับตามองของหลายทีมยักษ์ใหญ่ทั้งในและนอกลีกโดยล่าสุด 3ทีมใหญ่ได้ให้ความสำคัญกับ มาร์ติน สเคอร์เทล แข้งประสบการ์สูงวัย 32 ปีเป็นอย่างมากโดยเฉพาะ ราฟาเอล เบนิเตช นายใหญ่ สาลิกาดง นิวคาสเซิล เป็นอีกคนที่ค่อยโอกาสนั้นอยู่

โดยกองหลังดีกรีกัปตันทีมชาติ สโลวาเกีย วัย 32 ปี มีประสบกาณ์บนเวที พรีเมียร์ลีก กับ ลิเวอร์พูล นานถึง 8 ปี ซึ่งเจ้าตัวมีโอกาสที่จะได้ย้ายกลับมาค้าแข้งบนเกาะ อังกฤษ อีกครั้ง หลังจากที่กำลังได้รับความสนใจจาก 3 สโมสรดัง และหนึ่งในนั้นมี สาลิกาดง นิวคาสเซิล ที่ปัจจุบัน ราฟาเอล เบนิเตซ รับหน้าที่เป็น ผู้จัดการทีม แถมยังเป็นคนที่คว้าตัว สเคอร์เทล เข้ามาร่วมทัพ หงส์แดง ตั้งแต่ปี 2008 อีกด้วยทั้งนี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่ผ่านมา มาร์ติน สเคอร์เทล ถูก หงส์แดง ในยุคการทำทีมของ เจอร์เกน คล็อปป์ ปล่อยออกจากถิ่น แอนฟิลด์ ไปให้กับ เฟเนร์บาห์เช่ ด้วยมูลค่า 5 ล้านปอนด์ และปัจจุบันยังเหลือสัญญากับทีมดังจากลีก ตุรกี อยู่อีก 2 ปี ด้วยกัน

Credit : goalclub.tv

เวนเกอร์ยันชิรูด์จะยังอยู่

หลังมีข่าว ดาวยิงเดอะ กันเนอร์สเตรียมพิจารณาอนาคตค้าแข้งในเดือนมกราคม หลังตกเป็นตัวสำรองยาวและอาจส่งผลต่อการไปเล่นบอลโลก  โอลิวิเยร์ ชิรูด์ กองหน้าจอมโขกของอาร์เซนอล เขาเตรียมพิจารณาอนาคตค้าแข้งในตลาดหน้าหนาวนี้ หลังกลายสภาพเป็นเพียงอะไหล่บนม้านั่งสำรองในสโมสร ล่าสุด อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ อาร์เซน่อล ยัน โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ หัวหอกตัวเก่ง จะไม่ย้ายทีมช่วงหน้าหนาวนี้ หลังเพิ่งยิงให้ต้นสังกัดเจ๊า เซาธ์แฮมป์ตัน เมื่อวันอาทิตย์ ยกแข้งฝรั่งเศสเป็นผู้เล่นสำคัญและพร้อมจะให้โอกาสลูกทีมลงเป็นตัวจริงในเร็วๆ นี้

เกมนี้ ชาร์ลี ออสติน ยิงให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ขึ้นนำก่อน แต่ ชิรูด์ ก็มาโขกตีเสมอในนาทีที่ 88 ช่วยให้ อาร์เซน่อล เก็บ 1 คะแนนกลับบ้านได้สำเร็จ และนับเป็นประตูที่ 17 ของแข้งทีมชาติฝรั่งเศส ในพรีเมียร์ลีก ในฐานะตัวสำรอง ทำให้เขาทำสถิติเทียบเท่า โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตแข้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ยิงประตูสูงสุดเมื่อถูกเปลี่ยนตัวลงสนามให้กับสโมสรเดียว

ถึงแม้ว่า ชิรูด์ ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมลีกเลยในฤดูกาลนี้ แต่ล่าสุด เวนเกอร์ ก็อ้างว่า แข้งวัย 31 ปีมีค่ามากเกินกว่าที่เขาจะปล่อยออกจากทีมในช่วงกลางซีซั่น และมั่นใจว่านักเตะจะได้รับโอกาสลงเป็นตัวจริงในเร็วๆ นี้    และล่าสุด ชิรูด์ ลุกจากม้านั่งสำรองมาโขกประตูชัยให้ทีมในนาที 85 ประเดิมคว้า 3 แต้มแรกแบบระทึกใจเหนือ เลสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เมื่อ 2 ปีก่อน และถือเป็นการเปิดตัวที่ดีของชิรูด์ ที่ซีซั่นก่อนได้เป็นตัวจริงเกมลีกแค่ 11 นัดเท่านั้น จนโดนลือว่าอาจย้ายทีม

เวนเกอร์ ยอมรับว่า ผมรักเขา ทั้งในฐานะคนๆ หนึ่งและนักเตะ เขาเป็นคนที่วิเศษมาก เขามีความตั้งใจ เขาไม่อยากย้ายทีม และผมมีความสุขที่เขาอยู่ต่อ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผมเปิดโอกาสให้เขาย้ายออกไปเพราะผมรู้ว่าผมมีกองหน้าหลายคนมาก และเขาลงเอยด้วยการอยู่กับทีมต่อ   เมื่อถูกถามว่านักเตะที่สำคัญอย่าง ชิรูด์ จะถูกขายออกไปในเดือนมกราคมหรือไม่ เวนเกอร์ ตอบว่า ในคำถามคุณมีคำตอบอยู่แล้ว เพราะคุณบอกว่าเขาสำคัญ แล้วทำไมเราจะต้องปล่อยนักเตะสำคัญออกไปด้วยมันขึ้นอยู่กับเขาหรือขึ้นอยู่กับเรา มันขึ้นอยู่กับเรา มันเป็นความสำเร็จกับสิ่งที่เขาทำอีกครั้งในวันนี้”เขาจะได้เป็นตัวจริง ผมมอง โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ในฐานะผู้เล่นตัวหลัก เราต้องยินดีที่เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ยอดเยี่ยมและหนึ่งในคนที่สามารถลงมาและสร้างความแตกต่างได้กับทัศนคติที่ถูกต้องและความสามารถ เขามีพรสวรรคเวนเกอร์

 

ชิลี ชนะโปรตุเกส 3.0

ศึกฟุตบอล คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 รอบรองชนะเลิศ ประจำค่ำคืนวันพุธที่ 28 มิถุนายน 2560 เป็นการดวลกันระหว่าง โปรตุเกส ที่เข้ารอบมาในฐานะจ่าฝูงของกลุ่มA มีคิวโคจรมาปะทะกับรองจ่าฝูงของกลุ่มBอย่าง ชิลี ก่อนที่ทั้งสองทีมจะต้องไปดวลกันในการดวลจุดโทษตัดสิน ซึ่งเป็นทางฝั่ง ชิลี ที่มาได้ เคลาดิโอ บราโว่ นายด่านจอมเก๋าของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ โชว์เซฟรวดเดียว 3 ประตูพาทีมกรุยทางผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จโดยรูปเกมถือว่าทั้งสองทีมสู้กันได้อย่างสมศักดิ์ศรี ผลัดกันมีโอกาสที่ดีในการจบสกอร์ แต่ความเฉียบขาดยังไม่มากพอที่จะส่งบอลผ่านผู้รักษาประตูให้เข้าไปตุงตาข่าย ทำให้สุดท้ายจบ 45 นาทีแรกสกอร์ยังคงเสมอกันอยู่ที่ 0-0 ช่วงครึ่งหลัง รูปเกมเปิดฉากมาเป็นทางฝั่ง ชิลี ที่ทำได้ดีกว่า ขณะเดียวกันพลพรรค ฝอยทอง ลงไปตั้งรับและรอดักจังหวะสวนกลับจนเกือบจะทำประตูขึ้นนำได้อยู่หลายครั้งเหมือนกัน แต่จะหวะปิดบัญชียังคงไร้ความเฉียบขาดไม่ต่างจากครึ่งเวลาแรก สุดท้ายจบ 90 นาที ต้องไปสู้กันต่อในช่วง ต่อเวลาพิเศษ อีก30นาทีช่วงต่อเวลาพิเศษ รูปเกมเป็นทางฝั่ง ชิลี ที่ดูจะมีภาษีเหนือกว่า และน่าจะเอาชนะไปได้จากจังหวะ ยิงชนเสาของ อาร์ตูโร่ วิดัล รวมไปถึงโอกาสซ้ำดาบสองที่ดันไปชนคานของตัวสำรองอย่าง มาร์ติน โรดริเกซ ทำให้จบ 120 นาที ทั้งสองทีมต้องไปดวลจุดโทษตัดสิน และผลการยิงจุดโทษทำให้โปรตุเกสแพ้ชิลี 3.0 จากผลงานเซฟประตู บราโว่

เยอรมันชนะเม็กซิโก 4-1

ในศึกฟุตบอล คอนเฟเดอเรชั่นส์ คัพ 2017 รอบรองชนะเลิศ ประจำค่ำคืนวันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2560 เป็นการดวลกันระหว่าง เยอรมัน ที่ได้เข้ารอบมาในฐานะจ่าฝูงของกลุ่มบี มีคิวโคจรมาปะทะรองแชมป์กลุ่มเออย่างเม็กซิโก ก่อนจะเป็นพลพรรค “อินทรีเหล็ก” ที่เป็นฝ่ายตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปพบกับ ชิลี ด้วยสกอร์ 4 ประตูต่อ 1 ขณะเดียวกันขุนพล จังโก้ ทำได้เพียงเข้าไปชิงอันดับ 3 กับ โปรตุเกส

โดยรูปเกมในช่วงครึ่งแรก เป็นทางฝั่ง อินทรีเหล็ก ที่มาได้ประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็วทันใจจากจังหวะตะบันหน้ากรอบเขตโทษของ เลออน โกเร็ตส์ก้า ตั้งแต่นาทีที่ 6 ถัดจากนั้นอีกเพียง 2 นาที อีก8นาทีเยอรมัน ก็มาได้ประตูทิ้งห่างเป็น 2-0 จาก โกเร็ตส์ก้า คนเดิมที่หลุดมายิงในกรอบเขตโทษส่งบอลพุ่งเข้าไปเสียบเสาสองอย่างสุดแสนง่ายดาย ช่วงเวลาที่เหลือ เม็กซิโก พยายามกัดฟันบุกตอบโต้เพื่อทวงประตูตีไข่แตก แต่ก็ยังเจาะกำแพงแนวรับของ “อินทรีเหล็ก” ได้ไม่สำเร็จ ทำให้ 45 นาทีแรกไปด้วยสกอร์นำของ เยอรมัน อยู่ที่ 2-0

ช่วงครึ่งหลัง เปิดฉากมา แม้ว่า เม็กซิโก เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า แต่ความเฉียบขาดในเกมรุกเป็นทางฝั่ง เยอรมัน ที่มากระทุ้งเม็ด 3 เข้าไปอย่างง่ายดายจากลูกจ่ายถวายพานของ โยนาส เอ็คเตอร์ ให้กับ ติโม แวร์เนอร์ ซัดโล่งๆในระยะเผาขน (นาที 59) ช่วยให้ลูกทีมของ โยอาคิม เลิฟ ทำสกอร์ทิ้งห่างไปไกลเป็น 3-0 ก่อนที่เวลาจะเดินทางเข้าสู่ช่วงท้ายเกมพลพรรค จังโก้ มาได้ประตูปลอบใจจากลูกยิงไกลสุดสวยของ มาร์โก ฟาเบียน (นาที89) ถัดจากนั้นไม่นาน อินทรีเหล็ก มาพังประตูตอกฝาโรงจากตัวสำรองอย่าง อามิน ยูเนส ช่วยให้จบ 90 นาที เยอรมัน เป็นฝ่ายเอาชนะ เม็กซิโก ไปอย่างขาดลอยด้วยสกอร์ 4-1 พร้อมกับตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ

ตายคาบ้าน !! อาร์เซน่อลเปิดบ้านแพ้วัตฟอร์ด 1-2

    ถือเป็นอีกหนึ่งเกมพรีเมียร์ลีกที่น่าติดตามอีกคู่ก็ว่าได้นะครับ ระหว่างอาร์เซน่อล เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ วัตฟอร์ด ซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านปืนใหญ่ก็ตายคาบ้านกันเลยนะครับหลังที่ วัตฟอร์ดนั้นสามารถที่จะเก็บชัยชนะในเกมนี้ไปได้อย่างสวยงาม ทำให้คว้าสามแต้มไปได้สำเร็จ โดยอาร์เซน่อลนั้นก็อยู่อันดับที่ 3 ของตารางมีอยู่ 47 คะแนนด้วยกัน

เกมนี้ วัตฟอร์ด ก็มีโอกาสที่จะทำประตูได้ก่อนนะครับ ซึ่ง ทอม เคลฟเวอร์ลี่ย์ นั้นก็ได้เปิดฟรีคิกก่อนที่บอลนั้นจะเหินข้ามคานออกไปน่าเสียดาย แต่แล้วทางด้าน อาร์เซน่อล ก็มีโอกาสอยู่บ้างนะครับแต่ก็ยังทำไม่ได้ดี แต่แล้วในนาทีที่ 10 ทางด้านวัตฟอร์ตก็สามารถที่จะทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ โดยลูกนี้นั้น กาบูล ก็ยิงในระยะ 25 หลา บอลเสียบมุมเข้ากรอบไปอย่างสวยงาม ขึ้นนำไปก่อน 1-0 แต่ไม่กี่นาทีถัดมา ทางด้าน วัตฟอร์ตก็สามารถที่จะทำประตูขึ้นนำได้อีกครั้งแล้วนะครับ ซึ่งก็ทำให้อาร์เซน่อลต้องเร่งเครื่องหน่อยแล้วนะครับเพราะวัตฟอร์ต ก็ขึ้นนำไปแล้วถึง 2 ลูกด้วยกัน โดยในเกมครึ่งแรกนั้นอาร์เซน่อล ก็เร่งเครื่องอย่างหนักหน่วงเลยนะครับเพื่อที่จะหวังทำประตูไล่ตามให้ได้แต่สุดท้ายในครึ่งแรกก็ยังไม่สามารถทำได้นั่นเอง โดยในเกมครึ่งหลังนั้นทางด้าน ทางด้านอาร์เซน่อล ก็ไล่ตีมาได้ 1 ลูกนะครับ ซึ่งถึงได้มาก็ยังไม่ช่วยอะไรได้ เพราะเวลาหมดเสียก่อน เลยทำให้เกมนี้นั้นอาร์เซน่อลก็ได้แพ้คาบ้านไปอย่างน่าเสียดาย จบเกม วัตฟอร์ตบุกมาเอาชนะอาร์เซน่อลไปได้ 2-1 เก็บสามแต้มไปครองได้สำเร็จ

เด็กดีต้องดันให้ปัง !! คอนเต้ชอบฟอร์มดาวรุ่งมากที่สุด

   จบไปแล้วนะครับในการแข่งขันฟุตบอลในศึก เอฟเอคัพ ที่ผ่านมานั้นทางด้านเชลซี ก็สามารถที่จะเอาชนะ เบรนท์ฟอร์ด ไปได้นะครับ โดยทางด้าน คอนเต้ ก็ได้เปิดเผยนะครับว่าชื่นชอบฟอร์มการเล่นของ นักเตะดาวรุ่งของทีมเป็นอย่างมากเลยนะครับ เพราะสามารถที่จะเล่นได้ดีแถมยังโชว์ผลงานได้โดดเด่นอีกด้วย

ซึ่งในเกมนี้นั้นทางด้านเชลซี ก็ได้เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ เบรนท์ฟอร์ด ซึ่งเกมนี้ เชลซี ก็สามารถที่จะยิงไปได้มากถึง 4-0 ด้วยกัน โดยทั้งสี่ลูกนั้นก็ได้ประตูมาจาก วิลเลียน , เปโดร , อิวาโนวิช และ บาทซัวยี ซึ่งก็การันตีได้แล้วนะครับว่าในชั่วโมงนี้ฟอร์มการเล่นของเชลซีนั้นดุเดือดเผ็ดมันจริงๆ เลยทำให้ คอนเต้ นั้นได้ประทับใจฟอร์มการเล่นของเด็กดาวรุ่งในทีมเป็นอย่างมากนะครับไม่ใช่แค่ดาวรุ่งเท่านั้นนักเตะคนอื่นๆ ของในทีมก็ประทับใจเช่นกัน ซึ่งก็สามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเข้าตาและน่าทึ่งเป็นอย่างมากนั่นเอง ซึ่งดาวรุ่งของทีมนั้นก็ถือเป็นกำลังที่สำคัญของเชลซีนะครับ นับได้ว่าเป็นโอกาสที่ดีเป็นอย่างมากเลยนะครับที่ทางด้านเชลซีในตอนนี้ก็มีฟอร์มการเล่นที่น่าจับตามอง เล่นดี ทำดี ฟอร์มเจ๋ง แน่นอนเลยนะครับฤดูการนี้แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็น่าจะเป็นของเชลซีไปแล้วนั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นฟอร์มการเล่นที่ผ่านมานั้นของเชลซี ก็ถือทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจเป็นอย่างมากนั่นเอง

ด่วน!! ไฟไหม้สนามโอลด์แทร็ฟฟอร์ด

    มีข่าวด่วนรายงานเข้ามานะครับ ได้เกิดเพลิงไหม้สนามของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น โดยก็ได้เกิดภายในสนาม โอล์ด แทร็ฟฟอร์ด ของปีศาจแดงนั้น ซึ่งก็ได้มีกลุ่มควันออกมาจากสนามอย่างมากมาย โดยผู้คนที่อยู่รอบข้างนั้นก็ได้แตกตื่นตกใจกันเป็นแถว

โดยในตอนนี้นั้นทางด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยกู้ภัยนั้นก็ได้ลงพื้นที่สำรวจถึงความเสียดายต่างๆ ภายในสนามไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งก็ได้ตรวจเช็คว่าในสนามนั้นมีประชาชนติดอยู่หรือเปล่า หรือมีผู้เสียชีวิตอยู่ในทีมหรือไม่ ซึ่งจากการที่เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบนั้น สาเหตุหลักๆ จากการเกิดไฟไหม้นั้นก็น่าจะเป็นจากสาเหตุ ไฟฟ้าลัดวงจร ซึ่งจากการที่เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาตรวจสอบนั้นก็สามารถที่จะดับเพลิงไว้ได้ทัน ดีนะที่สนามทั้งหมดนั้นไม่ได้เกิดความเสียหายอะไรมากนั่นเอง โดยเหล่าบรรดาแฟนคลับของหงส์แดงนั้นก็ต่างตื่นตกอกตกใจกันเป็นแถวเลยนะครับกับการที่สนามฟุตบอลนั้นได้เกิดเพลิงไหม้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นในตอนนี้ฟอร์มการเล่นของแมนยู ก็น่าจับตามองเป็นอย่างมากเลยนะครับเพราะสามารถที่จะโชว์ฟอร์มเหนือได้เป็นอย่างมาก และในเกมหลายๆ ศึกนั้นก็สามารถที่จะผ่านเข้ารอบต่อไปได้อย่างสวยงามนั่นเอง เอาเป็นว่าจากเหตุเพลิงไหม้ที่ผ่านมานั้น ก็ไม่ได้มีอะไรเสียหายมากนะครับ ซึ่งก็ยังคงสามารถที่จะเปิดใช้สนามได้ตามปกตินั่นเอง แน่นอนเลยนะครับในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษนี้นั้นฟอร์มการเล่นของปีศาจแดงนั้นก็จะสามารถที่จะเล่นได้โดดเด่นและน่าติดตามเป็นอย่างมากนั่นเอง

เซอร์ไพรส์สุดๆ !! วูล์ฟ บุกชนะหงส์แดงตกรอบเอฟเอคัพ

    เกมนี้ก็ถือเป็นอีกหนึ่งเกมที่สำคัญมากนะครับสำหรับหงส์แดง ซึ่งเกมนี้ก็จะเป็นการแข่งขันฟุตบอลในศึก เอฟเอคัพ ซึ่งน่าตกใจนะครับเกมนี้ลิเวอร์พูลไม่สามารถที่จะเปิดบ้านเอาชนะ วูล์ฟแฮมป์ตันไปได้นะครับ โดยทำให้ตกรอบเอฟเอคัพ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้นเองนับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งถ้วยที่ลิเวอร์พุลไม่สามารถที่จะทำผลงานได้สำเร็จนั่นเอง

เปิดเกมมาไม่ถึงนาทีทางด้านทีมเยือนก็สามารถที่จะยิงประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ 1-0 โดยลูกนี้หงส์แดงก็ได้พลาดท่าไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่ง ริชาร์ด สเตรียร์แมน นั้นก็ได้โขกเน้นๆ เข้ากรอบไปนั่นเอง ซึ่งทางด้านลิเวอร์พูลในช่วงครึ่งแรกนั้นก็แทบจะไม่มีโอกาสในการทำประตูได้เลยนะครับ แต่แล้วก็ต้องมาพลาดอีกลูกที่สองนะครับโดยในนาทีที่ 41 อันเดรียส ไวมันน์ ก็ได้หลุดเดี่ยวก่อนที่จะซัดผ่านมือ คาริอุส ไปอย่างสวยงามขึ้นนำไปแล้วนะครับ 2-0 ซึ่งเกมในครึ่งหลังลิเวอร์พูลก็ทำเกมบุกเข้าใส่อย่างเร่งด่วนเลยนะครับ เพราะจะนั่งนิ่งนอนใจไม่ได้เสียแล้ว โดยโอกาสก็พอมีอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำประตูได้เลย และในช่วงเกมครึ่งหลังนั้นลิเวอร์พูลก็เปลี่ยนตัวนักเตะเยอะมาก แต่แล้วในนาทีที่ 86 ทางด้านลิเวอร์พูลก็สามารถที่จะตีประตูไข่แตกได้สำเร็จนะครับ ซึ่งลูกนี้ โอริกี้ ก็ได้วอลเล่ย์จ่อๆ เข้าตาข่ายไปอย่างสวยงาม หลังจากนั้นลแวอร์พูลก็พยายามที่จะเร่งทำประตูตีเสมอให้ได้นะครับแต่สุดท้ายก็จบเกมลิเวอร์พูลเปิดบ้านแพ้ วูล์ฟแฮมปตัน ไป 1-2 ตกรอบเอฟเอคัพไปเป็นที่เรียบร้อย